Messages
Topic:
อยากได้บวชเป็นพระนานๆครับ ทำไงดี ไม่ค่อยมีทุนทรัพย์ด้วย
ก็จะบวชที่วัดชลประทาน นนทบุรีครับ สมัคร 10 พ.ค.
บวช 2 มิ.ย. แต่ว่า บ้านอยู่ที่หาดใหญ่ กลัวว่าเค้าจะให้
บวชแค่ไม่กี่เดือน แต่ผมอยากบวชยาวๆอะครับ ใครมีข้อแนะนำ
อย่างไร ก็เชิญนะครับ
Apr 21, 2008
10:43 PM
เปิดกองทุนรับบริจาคเลยค่ะพี่วิว หุๆ *-*
ยังไงก็สาธุด้วยคนค่ะ
Apr 22, 2008
8:52 AM
อนุโมทนา สาธุ ^.^
May 3, 2008
4:14 PM
อนุโมทนา สาธุด้วย ในจิตที่เป็นกุศล หากจะบวชนานจริงๆเขาก็คงให้บวชค่ะ เขาไม่จับศึกหรอกมั้งถ้าเรายังรักที่จะบวชอยู่ แต่ถ้าขาดปัจจัยที่จะดำรงอยู่ในขณะเป็นพระ พี่ยินดีเป็นโยมอุปถาก ด้วยการถวายปัจจัยให้ทุกเดือนเพื่อที่จะสนับสนุนการปฎิบัติธรรมให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ค่ะ รองคุยกันดูก่อนนะค่ะพี่อยากสนับสนุนให้คุณน้องได้บวชได้นานที่สุดค่ะ
May 13, 2008
2:17 AM
สาธุ ๆ ๆ ขอน้อมรับในการตั้งใจในทานครั้งนี้ ขอให้อานิสงส์นี้ ส่งผลให้กับคุณภัทรานิษฐ์ ประกอบเจริญวงศ์ นะครับ
May 15, 2008
3:41 AM
แล้วตกลงจะยังไงดีค่ะ ให้พี่ช่วยแบบไหนอย่างไรบอกมาได้เลย ไปเม้นท์ในโปร์ไฟล์พี่ก็ได้ค่ะ พี่เองก็ยังอยากบวชชีพราหม์ สัก 3 เดือนตลอดพรรษา อยากทำให้ได้สักปี ตั้งใจมาหลายปีแล้วยังไม่เคยทำได้ เพราะติดทำงานมาตลอด เพราะฉนั้นพี่เข้าใจว่าคนเราถ้าตั้งใจแล้วถ้ามีคนสนับสนุนช่วยเหลือ เราก็จะทำตามที่เราตั้งใจได้สำเร็จ บอกมานะค่ะว่าจะไปบวชเมื่อไหร่ตอนนั้น นานแค่ไหน และความช่วยเหลือต้องการแนวไหนค่ะ เพราะพี่ขอออกตัวก่อนว่าก็ไม่ได้รวยมาจากนั้น แต่พี่มีความศรัทธาพอๆกับคุณเพราะฉนั้นก็อยากทำฝันของคุณให้เป็นจริงค่ะ
May 15, 2008
4:51 AM
ท่านให้บวชก่อน 30 วันครับ ถ้าปฎิบัติดีแล้วได้อยู่ต่อ อาจจะได้ไปสวนโมกข์ครับ
ก็ช่วยเป็นปัจจัย เล็กๆน้อยๆ ก็สาธุแล้วครับ หรือโทรมาได้ที่ 0866546066 ครับ สะดวกเหมือนกัน
May 19, 2008
1:44 AM
การออกบวชเป็นสิ่งที่ดี เป็นเนกขัมมะบารมี แต่ต้องถือบวชด้วยใจจริงๆนะ บวชแต่กายอย่างเดียว แต่ใจไม่บวชด้วย มีหนทางลงนรกง่าย การออกบวชนอกจากได้เนกขัมมะบารมีแล้วยังได้บารมีอย่างอื่นตามมาครบทั้ง 10 บารมี เราบวชเป็นภิกษุแล้ว ค่อยๆ ละโลภ โกรธ หลง ถ้ามีความโกรธเกิดขึ้น ก็ให้ละความโกรธ เราไม่โกรธ เราให้อภัย เป็นอภัยทาน เป็นทานบารมี
การที่เราระงับความโกรธได้ก็ด้วยศีล จิตใจเราไม่คิดร้าย ไม่ทำลายเขา ก็เป็นศีลบารมี ศีลมันต้องเข้ามาคุม การที่จะคุมได้อย่างนั้น ก็เพราะพิจารณาเห็นคุณของการระงับนิวรณ์ ก็ต้องใช้ปัญญา เป็นปัญญาบารมี
ถ้าอารมณ์ใจของเราแก่กล้าในด้านชั่ว ตกเป็นทาสของนิวรณ์ เราจะขจัดนิวรณ์ได้ ก็ต้องใช้ความเพียรเข้ามาตัด เป็นวิริยะบารมี การที่เราอดใจ เมื่ออารมณ์เดิมที่ไม่ดีมันเข้ามาอีก อดใจไว้ไม่ให้ทำชั่ว เป็นขันติบารมี
การที่เราทรงความดี คือ ความจริงที่ว่าเราจะไม่ยอมเป็นทาสของนิวรณ์ เป็นสัจจะบารมี การที่เราตั้งใจไว้อย่างไร ตั้งตรงไว้อย่างนั้น ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เป็นอธิษฐานบารมี การที่เราไม่ทำลายเขา ไม่คิดประทุษร้าย ไม่โกรธ ไม่พยาบาท อาศัยเมตตาเป็นสำคัญ เป็นเมตตาบารมี
การที่เราทรงอารมณ์จิตมั่นเฉยต่ออารมณ์ร้ายที่จะเข้ามายุ่งกับใจ ไม่เอากับมัน มันจะกวนใจประการใด เราจะไม่ยอมมันทุกอย่าง เป็นอุเบกขาบารมีครับ
ได้ครบ 10 อย่างเลยครับผมสนับสนุนให้ออกบวชครับแต่ต้องบวชด้วยใจนะครับ
โมทนา สาธุ ด้วยครับ
May 31, 2008
7:52 AM
สาธุ
Jun 19, 2008
5:50 PM
บวชไปหรือยังเนี่ย บวชก็ดีครับผมยังต้องการบวชเหมืือนกัน เพราะความเป็นพระมันง่ายต่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ด้านจิตใจดี ผมไม่มองศาสนาในเรื่องของความศักดิ์สิทธ์นะครับ เรื่องที่หาเหตุผลมาล้างไม่ได้ผมว่ามันงมงายทั้งเพ เสียเวลาไปหลงติดมันเปล่าๆ ถ้าบวชอย่ามัวแต่หลงไปยึดติดกับพวกกระพี้เลยครับ เสียเวลาเปล่า ๆ อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางจิตต้องศึกษาและปฏิบัติครับทางเดียว ลองหาหนังสือของหลวงพ่อพุทธทาส หรือหลวงปู่อดุลย์ อตุโล และอีกหลายรูป อ่านดูครับ เป็นแนวทางได้อย่างดี (ทางย่อของวิทยาศาสตร์ทางจิตใจมีทางเดียวครับ ปฏิบัติหรือลงมือทำเท่านั้นครับ ซึ่งก็เหมือนกับวิทยาศาสตร์ด้านวัตถุ ไม่ต้องอ้อนวอน ขอพรอะไรใครทั้งนั้นแหละ ลงมือทำ ๆ ๆ ๆ แค่นั้นจริง ๆ ครับ)
Jan 20
8:51 PM